การเดินเงินในเกมคาสิโน โดยเฉพาะเกมที่ใช้การทายผลแบบสุ่ม เช่น บาคาร่า, รูเล็ต, หรือ สล็อต นั้นเป็นส่วนสำคัญที่สามารถช่วยให้การเล่นมีความเสี่ยงที่ต่ำมากขึ้นครับ
เพราะถ้าเล่นแบบงูๆปลาๆ เดินเงินเดี๋ยวเยอะเดี๋ยวน้อย ยังไงก็ไม่มีทางทำกำไรได้ในระยะยาวๆครับ ลองคิดดูนะครับว่า
- ถ้าเวลาได้ : ได้น้อย
- เวลาเสีย : เสียเยอะ
แบบนี้จะหากำไรจากไหน ถูกไหมครับ การเดินเงินเลยมีส่วนสำคัญมากๆในการเล่นเกมพนันทุกเกม และทุกรูปแบบครับ แล้วการเดินเงินแบบไหนบ้างที่ “แนะนำ” และ “ไม่แนะนำ”
เดินเงินแบบไหนก็เสียถ้าโดนเว็บโกง
1 ข้อที่ใครหลายคนมองข้ามไปเลย เพราะโดน โบนัสล่อซื้อ ทั้งๆที่มีเว็บถูกกฎหมายมีความปลอดภัย และโปร่งใสอย่าง Globalball ให้เลือกเล่น แต่กลับอยากได้โบนัสที่เยอะขึ้น 50 บาทล่อซื้อ จนทำให้ต้องเสี่ยงโดนโกงก็เอา
ขอแนะนำเลยว่า ทุกเว็บที่ไม่มีใบอนุญาตสามารถโกงเราได้ครับ เพราะฉะนั้นใครไม่อยากโดนโกงบอกเลยว่า เลือกเว็บที่มีใบอนุญาตแบบเราจะได้ทำกำไรได้อย่างเต็มที่ครับ Globalball เว็บพนันมีใบอนุญาต
วิธีเดินเงินที่แนะนำ
- การเดินเงินแบบ Fixed Bet (เดิมพันเท่ากันทุกตา)
- วิธี: การเดิมพัน เท่าเดิมทุกตา ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้
- ตัวอย่าง: ถ้าคุณตั้งเป้าหมายเดิมพัน 100 บาท ก็จะเดิมพัน 100 บาทต่อเนื่องทุกตา
- ข้อดี:
- เหมาะกับคนที่ต้องการ ควบคุมเงินทุน และไม่ต้องการความเสี่ยงที่สูงเกินไป
- ไม่ต้องการเพิ่มเดิมพันในกรณีที่แพ้ ดังนั้นการขาดทุนจะไม่หนักเกินไป
- ง่าย และเหมาะสำหรับผู้เล่นที่ ไม่มีเวลา คำนวณกลยุทธ์ต่าง ๆ
- ข้อเสีย:
- การเดินเงินแบบนี้ไม่ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรในระยะสั้น
- หากเกิดการเสียหลายตาติดต่อกัน ก็อาจทำให้ทุนหมดได้
- การเดินเงินแบบ 1-3-2-6 (ขั้นบันได)
- วิธี: เป็นระบบที่ช่วยให้คุณ เก็บกำไร จากการชนะ ในขณะที่ไม่เสี่ยงสูญเสียเงินต้นมากเกินไป
- ขั้นแรก: เดิมพัน 1 หน่วย
- ขั้นสอง: เดิมพัน 3 หน่วย
- ขั้นสาม: เดิมพัน 2 หน่วย
- ขั้นสี่: เดิมพัน 6 หน่วย
- ถ้าชนะติดต่อกันจนถึงขั้นที่ 4 (ขั้นสุดท้าย) จะได้กำไรแล้วกลับไปเริ่มใหม่ที่ 1 หน่วย
- หากแพ้ในระหว่างการเดิมพัน จะกลับไปเริ่มต้นที่ 1 หน่วย
- ข้อดี:
- รักษาเงินทุน อย่างมีระเบียบ โดยมีการเพิ่มเดิมพันแค่เมื่อชนะ
- ลดความเสี่ยงจากการสูญเสียเงินต้น
- สามารถ เก็บกำไร ได้อย่างมีระบบ
- ข้อเสีย:
- อาจไม่เหมาะกับผู้เล่นที่ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้
- ถ้าเกิดการแพ้ติดต่อกันหลายครั้ง ก็จะสูญเสียเงินได้ง่าย
- การเดินเงินแบบ Labouchere (ระบบการยกเลิก)
- วิธี: เป็นวิธีที่พัฒนาจากการเดินเงินแบบมาร์ติงเกล แต่ไม่ต้องเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า
- เลือกจำนวนเงินที่ต้องการทำกำไรและเขียนเป็นลำดับ เช่น 1, 2, 3, 4, 5 (ลำดับจะต้องรวมแล้วเป็นจำนวนกำไรที่ต้องการ)
- แต่ละตาที่เล่น ให้ รวมผลของสองหมายเลขแรก (เช่น 1 + 5 = 6) คือเดิมพัน 6 หน่วย
- หากชนะให้ขีดฆ่าหมายเลขทั้งสองนั้น แล้วใช้สองหมายเลขถัดไป
- หากแพ้ ให้เพิ่มจำนวนเงินเป็นผลรวมของหมายเลขแรกและสุดท้ายในลำดับ
- ข้อดี:
- ลดความเสี่ยงจากการเพิ่มเดิมพันมากเกินไป
- สามารถ ควบคุมกำไร และ ลดการสูญเสีย ได้
- เหมาะสำหรับคนที่อยากใช้ วิธีที่มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับให้เหมาะกับสถานการณ์
- ข้อเสีย:
- ต้องการความ รอบคอบ และ มีระเบียบ ในการบันทึกตัวเลข
- อาจจะยุ่งยากและใช้เวลาในการคำนวณ
- การเดินเงินแบบ Paroli (ระบบเพิ่มเดิมพันเมื่อชนะ)
- วิธี: เป็นวิธีที่คุณ เพิ่มเดิมพัน หลังจากชนะเท่านั้น และกลับไปเดิมพันตามจำนวนเดิมเมื่อแพ้
- หากเริ่มต้นเดิมพัน 100 บาท และชนะ ก็เพิ่มไปที่ 200 บาทในตาต่อไป
- หากชนะติดต่อกัน 3 ครั้ง จะได้กำไรที่ดี แล้วกลับไปเดิมพัน 100 บาทในตาถัดไป
- ข้อดี:
- ปลอดภัย เพราะไม่เพิ่มเดิมพันในกรณีที่แพ้
- สามารถ เก็บกำไร ได้ดีเมื่อชนะ
- เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบการเสี่ยงมากเกินไป
- ข้อเสีย:
- หากแพ้หลายตา ก็จะไม่สามารถทำกำไรได้
- ผลลัพธ์อาจจะไม่สามารถสร้างกำไรในระยะยาว
วิธีเดินเงินที่ไม่แนะนำ
- การเดินเงินแบบ Martingale (เพิ่มเป็นสองเท่าหลังแพ้)
- วิธี: เมื่อคุณแพ้ในการเดิมพัน ให้เพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่าในตาถัดไป
- ตัวอย่าง: หากเดิมพัน 100 บาทแล้วแพ้ ตาถัดไปให้เดิมพัน 200 บาท หากยังแพ้อีก ให้เดิมพัน 400 บาทต่อไป
- ตัวอย่าง: หากเดิมพัน 100 บาทแล้วแพ้ ตาถัดไปให้เดิมพัน 200 บาท หากยังแพ้อีก ให้เดิมพัน 400 บาทต่อไป
- ข้อดี:
- หากชนะในครั้งถัดไปจะทำให้คุณ กลับมาได้ทุน และกำไร
- หากชนะในครั้งถัดไปจะทำให้คุณ กลับมาได้ทุน และกำไร
- ข้อเสีย:
- เสี่ยงมาก หากแพ้หลายตาติดต่อกัน เช่น เดิมพัน 100, 200, 400, 800 บาท ฯลฯ การสูญเสียจะทวีคูณอย่างรวดเร็ว
- ต้องมี ทุนสำรองสูง เพื่อรองรับการแพ้หลายตา
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดหรือไม่สามารถรับความเสี่ยงได้
- การเดินเงินแบบ D’Alembert (เพิ่มหนึ่งหน่วยเมื่อแพ้)
- วิธี: การเพิ่มเดิมพันขึ้น 1 หน่วยเมื่อแพ้ และลดลง 1 หน่วยเมื่อชนะ
- ตัวอย่าง: เดิมพัน 100 บาท เมื่อแพ้เดิมพัน 200 บาท หากแพ้เดิมพัน 300 บาท และเมื่อชนะลดลงทีละ 1 หน่วย
- ตัวอย่าง: เดิมพัน 100 บาท เมื่อแพ้เดิมพัน 200 บาท หากแพ้เดิมพัน 300 บาท และเมื่อชนะลดลงทีละ 1 หน่วย
- ข้อดี:
- ฟังดูเหมือนเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า Martingale แต่จริง ๆ แล้วมันยังคง เสี่ยง และไม่สามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว
- ฟังดูเหมือนเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า Martingale แต่จริง ๆ แล้วมันยังคง เสี่ยง และไม่สามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว
- ข้อเสีย:
- หากคุณแพ้หลายตาติดต่อกันก็จะ เสียทุนสะสม ไปเรื่อย ๆ โดยไม่สามารถกู้คืนได้เร็ว
- เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ ความเสี่ยงต่ำ แต่ไม่ได้เน้นการทำกำไรสูง
- การเดินเงินแบบ Fibonacci (ตามลำดับฟีโบนัชชี)
- วิธี: ระบบนี้จะเพิ่มเดิมพันตามลำดับฟีโบนัชชี (1, 1, 2, 3, 5, 8, 13…) เมื่อแพ้ และลดลงเมื่อชนะ
- ข้อดี:
- ฟังดูมีระเบียบและสามารถสร้างกำไรในระยะสั้น
- ฟังดูมีระเบียบและสามารถสร้างกำไรในระยะสั้น
- ข้อเสีย:
- ทวีคูณความเสี่ยง หากแพ้หลายตา ระบบนี้จะทำให้คุณเสียเงินไปอย่างรวดเร็วในกรณีที่ดวงไม่ดี
Comments are closed